ใช้ Mixer หรือ Audio Interface สำหรับทำเพลงดี
ใช้ Mixer หรือ Audio Interface สำหรับทำเพลงดี
- Written by Aux-Out Studio
ใช้ Mixer หรือ Audio Interface ทำเพลงดี ? คำถามนี้จากที่ผมเคยเจอมาน่าจะฮอตที่สุดแล้วถามกันตั้งแต่ผู้เริ่มทำเพลงใหม่ๆไปยังรุ่นเก๋าๆกันเลยทีเดียวแล้วคำตอบคืออะไร ? แน่นอนครับถ้าสำหรับการทำเพลงแบบ Home Studio หรือ การบันทึกเสียงคงจะหนีไม่พ้น Audio Interface หรือที่เรียกกันว่า Sound Card นั่นละครับแต่คำถามมักก็ต้องการคำตอบที่ชัดเจนมากกว่านี้จะได้รู้เรื่องกันไปเลยเอาละเรามาดูรูปทั้ง Mixer และ Audio Interface กันก่อน
Focusrite Scarlett 2i2 Gen 2
Yamaha MG10
หลังจากดูรูปทั้งสองแล้วเห็นความต่างอะไรกันมั้ย... ปุ่มมันเยอะกว่านั่นเอง!! ตึกโป๊ะ ไม่ได้ตลกผมพูดจริงๆขออธิบายเป็นหัวข้อง่ายๆดังนี้ว่าทั้งสองตัวนี้สมมุติมันราคาประมานไม่เกิน 1 หมืนบาทเนี่ยมันเอาไปทำอุปกรณ์อะไรบ้าง
Mixer
- Fader หรือ Knop(ปุ่มหมุน)
- Microphone Preamp
- Aux, Group
- Direct Out
- FX
- Compressor
- EQ
ทั้งหมด 1 หมื่นบาทนี้เสียไปกับหัวข้อที่กล่าวมาเพราะแต่ละอย่างล้วนมีค่าใช้จ่ายของอุปกรณ์
Audio Interface
- Microphone Preamp
- Knop
- AD/DA Converter
ทั้งหมด 1 หมื่นบาทเสียไปกับไม่กี่อย่างนั่นหมายความว่าแต่ละชิ้นส่วนต้องคุณภาพดีกว่าแน่นอน
ทั้งหมดนี้สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคือ Audio Interface ถูกสร้างมาเพื่อการบันทึกเสียงแต่ตัว Mixer ออกแบบมาใช้สำหรับงาน Live วัตถุประสงค์ต่างกันอย่างชัดเจนเพราะฉะนั้นถ้าใครที่ทำงานด้านการบันทึกเสียงแนะนำถ้าเริ่มมีงบแล้วเปลี่ยนมาใช้ Audio Interface ดีกว่าครับ แต่มีในบางกรณีที่เค้าใช้ Mixer ในการบันทึกเสียงแบบนี้
Clear Track Productions
ถ้าในกรณีนี้คือ Mixer ที่มี Microphone Preamp ที่ดีมากๆและคุณภาพสุดโค่ยสุดๆจากนั้นเค้าจะต่อ Out ไปที่ AD/DA Converter เข้าคอมพิวเตอร์เพื่อคุณภาพที่ดีที่สุดแต่แน่นอนครับเราไม่ได้มีงบขนาดนั้นเราก็เลยใช้แบบธรรมดาไปก่อน
อีกอย่างการที่เราต่อจาก Mixer เข้าคอมในการที่เราต่อเข้าคอมนั่นตัว Computer ก็มี Sound Card ของตัวมันเองอยู่แล้วเท่ากับว่าเราต่อ 2 ทอดคือ 1. ต่อ Mixer 2. ต่อเข้า Computer สิ่งที่จะเป็นผลเสียตามมาคือเสียงรบกวนที่มากขึ้นเพราะ Mixer ถ้าคุณภาพไม่ดี หรือ ราคาแพงๆจะเกิดปัญหาเสียงรบกวนบ่อยมากๆ และ ยิ่งใครที่ต่อ Mixer > Audio interface > Computer ก็อาจจะมีเสียงรบกวนเพิ่มมาตอนขั้นตอนที่ 1 และ 2 อีกในการทำเพลงการต่อให้น้อยที่สุดย่อมหลีกเลี่ยงปัญหาได้มากที่สุดเช่นกัน
สรุป
ถ้าเราทำเพลงแบบ Home Studio หรือ งานบันทึกเสียงโดยเฉพาะเราควรใช้งาน Audio Interface เท่านั้นและถ้ามีงบเพิ่มมาหน่อยก็อาจจะซื้อพวก Microphone Preamp แยกมาเพื่อเปลี่ยนโทนเสียงหรือสร้างโทนใหม่ๆเช่นพวก 500 Series ต่างๆ แต่สำหรับใครที่ยังใช้ Mixer ต่อเข้าคอมพิวเตอร์ไม่ต้องรีบเปลี่ยนนะครับใช้เท่าที่มีไปก่อนแล้วถ้าเราพอมีงบแล้วก็ค่อยขยับไปซื้อ Audio Interface มาใช้งานก็ได้ครับแต่สำหรับใครที่กำลังจะซื้อใหม่อยู่แล้วก็มีราคาตั้งแต่ 3000 ขึ้นไปตามการใช้งานได้เลย และ สามารถอ่านวิธีการเลือกซื้อ Audio Interface ได้ที่นี่
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามบทความจาก Aux-Out Studio ครับ