Bit Depth คืออะไร
Bit Depth คืออะไร ขอสวัสดีทักทายพี่ๆน้องๆเพื่อนๆที่กำลังอ่านบทความอยู่ วันนี้จะพูดถึงเรื่อง Bit Depth ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับ Sampling Rate แต่ถ้าใครที่ยังไม่ได้อ่านเรื่อง Sampling Rate อยากให้กลับไปอ่านก่อนนิดนึงครับ เพื่อจะได้ไม่สับสน
ก่อนจะพูดถึง Bit Depth นั้นก็ขอให้ทำความเข้าใจกันก่อนตรงที่ในหนึ่งคลื่นเวฟนั้นจะมีระยะห่างของจุดเสียงสูงสุดกับจุดเสียงต่ำสุดสังเกตุที่เส้นดำ โค้งขึ้น และ โค้งลง ซึ่งค่าความต่างนี้จะถูกคิดออกมาเป็นค่าเฉลี่ย โดยทางเทคนิคเรียกว่า Dynamic นั้นเอง เอาภาษาบ้านๆน่าจะ ความดังเบา แล้วกันครับ แต่กลับไปภาษาอังกฤษเหมือนเดิมดีกว่าครับ เพราะว่า แปลไทยแล้วจะงงเข้าไปใหญ่ ต่อเลยแล้วกันครับ ถ้ามี Bit Depth มาก ก็หมายความว่าในคลื่นเสียงแต่ละลูกสามารถมีความต่างของเสียงสูงสุดและต่ำสุดได้มาก ซึ่งถ้าเรากำหนด Bit Depth น้อยนั้น เมื่อเราทำการบีบอัดฟาย หรือ แปลงไฟล์จาก wave formatt ไปเป็น mp3 หรือ อื่นๆ ยอดของคลื่นที่เลย Bit Depth ที่เราตั้งไว้จะถูกลดลงทำให้เสียคุณภาพ และ โทนของเสียงไปซึ่งสามารถฟังและเห็นข้อแตกต่างได้อย่างชัดเจน และจะมีผลต่อ เสียง ทุ้ม และ แหลม ของแหล่งกำเนิดเสียงเป็นอย่างมาก

ผมได้หารูปจาก Google มาเป็นตัวอย่าง จะสังเกตุได้ชัดเจนว่าขนาด 1 bit เส้นกราฟจะมีความแข็งเก็บ Dynamic ได้ไม่ดี และ ต่อมา 2 bit และ 4 bit ก็จะมีการโค้งของ คลื่นที่สวยงามมากขึ้นซึ่งทำให้ได้โทนที่เหมือนแหล่งกำเนิดมากขึ้น ส่วน 16 bit จะทำได้ดีที่สุดเพราะขนาดของ Bit Depth นั้นมากที่สุดครับ แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่เข้ามาทำให้ 16 bit ถูกแทนที่ด้วย 24 bit และ 32 bit ซึง Audio interface ในปัจจุบันก็รองรับ 24 bit เป็นอย่างต่ำแล้ว

ปล. ในการบันทึกเสียงสำหรับ Home Studio ก็สามารถตั้งที่ 44.1 kHz/24 bit หรือ 48.0 kHz/24bit ได้เลยเท่านั้นการตั้งค่าของคุณก็จะเป็นมาตราฐานในการบันทึกเสียงแล้ว